ปลัดชื้น รูปะวิเชตร์




ประวัติของ ปลัดชื้น รูปะวิเชตร์ ท่านเป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์และการปกครองของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะในยุคที่การพัฒนาท้องถิ่นกำลังก่อร่างสร้างตัวครับ

 

นี่คือสรุปข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับท่าน:

 

ประวัติและบทบาทของ ปลัดชื้น รูปะวิเชตร์

1. ข้อมูลทั่วไปและตำแหน่ง

ท่านเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย หรือข้าหลวงสยามถูกส่งมาปกครองร่วมกับเจ้าแคว่น หรือเจ้าเมืองเชียงราย ในสมัยนั้น ท่านที่มีบทบาทโดดเด่นในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงราย ตำแหน่งที่คนจดจำได้มากที่สุดคือ "ปลัดจังหวัดเชียงราย" ซึ่งในสมัยนั้นบทบาทของปลัดจังหวัดมีอิทธิพลสูงมากในการบริหารจัดการพื้นที่ บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน

 

2. ผลงานและการอุทิศตน

การพัฒนาท้องถิ่น: ท่านขึ้นชื่อเรื่องการเข้าถึงประชาชนและการผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานในเชียงรายช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และช่วงกึ่งพุทธกาล

 

ความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา: ตระกูล "รูปะวิเชตร์" มีบทบาทสำคัญในการทำนุบำรุงวัดวาอารามในเชียงราย ท่านเป็นผู้ที่มีความศรัทธาแรงกล้าและมักเป็นผู้นำในการบูรณะวัดเก่าแก่หลายแห่ง

 

สายสัมพันธ์ในพื้นที่: ท่านเป็นที่เคารพรักของข้าราชการรุ่นหลังและประชาชนในพื้นที่ ด้วยสไตล์การทำงานที่เด็ดขาดแต่มีเมตตา

 

3. มรดกทางชื่อเสียง

ปัจจุบันชื่อของท่านยังคงปรากฏอยู่ในความทรงจำของชาวเชียงรายรุ่นเก่า และลูกหลานในตระกูล รูปะวิเชตร์ หลายท่านก็ได้เจริญรอยตามในการเป็นข้าราชการและนักวิชาการที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมา (เช่น ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่)

 

เกร็ดน่ารู้: ในเชียงรายนั้น ตระกูลรูปะวิเชตร์ถือเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีคุณูปการต่อการวางรากฐานการปกครองและการศึกษาในพื้นที่อย่างมาก


ด้านการสมรส : ท่านสมรสกับลูกสาวเจ้าแคว่นในสมัยนั้นตำแหน่ง"แคว่น"จะเทียบเท่าสมัยนี้ อาจจะเท่ากับ นายอำเภอ หรือไม่ก็กำนัน นามสกุล ณ พิกุล ต้นตระกูลคือ พญาไชยแก้ว เจ้าแคว่นสันโค้ง ในสมัยนั้นเจ้้าแคว่นจะถูกแต่งตั้งโดยส่วนกลาง ถ้าเป็นบุคคลที่ไม้ได้สายตรงจากเจ้าเมืองลำปาง และเชียงใหม่ จำมียศว่า"ขุน" นำหน้า แต่ถ้าสายตรงจะมีคำว่า"พญา"นำหน้า สมัยนั้นเชียงรายเป็นเมืองล้าง ร.5 ท่านให้ พระยาดำรงฯดูแลกระทรวงมหาดไทย สั่งการมาว่าให้เจ้าเมืองลำปางและเชียงใหม่ อพยพผู้คนมาอยู่เชียงรายกันโดยสมัครใจ พญาไชยแก้ว ก็มาจากสายลำปาง 

อยากทราบรายระเอียด คลิกที่ลิ้งได้เลยครับ

แคว่น พญาไชยแก้ว ณ พิกุล




























ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น